The Divine Fury เปิดจักรวาลไล่ผี

The Divine Fury เปิดจักรวาลไล่ผี หลังจากที่ปีนี้หนังเกาหลีอย่าง Parasite น่าจะเป็นหนังที่เข้าถึงผู้ชมชาวไทยเป็นจำนวนมาก หลังจากหนังเกาหลีที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเรานั้นซบเซามาระยะใหญ่ๆ The Divine Fury ถือเป็นหนังเกาหลีฟอร์มยักษ์ที่เข้าฉายต่อจาก Parasite ไม่นานนัก ซึ่งเล่าเรื่องราวของยงฮู (พัค ซอจุน) นักมวย MMA ที่สิ้นศรัทธาในตัวพระเจ้า หลังจากชีวิตในวัยเด็กเขาต้องเสียพ่อไปในอุบัติเหตุชนแล้วหนีระหว่างปฏิบัติงาน ความสูญเสียในวัยเด็กกลายเป็นบาดแผลทางจิตใจทำให้ยงฮูมีความก้าวร้าวชอบความรุนแรง และทุกครั้งที่เขาเห็นไม้กางเขนเขาจะเกิดอาการหงุดหงิดอยู่เสมอ

กระทั่งวันหนึ่งหลังจากศึกล้างตา ยงฮูกลับเกิดบาดแผลปริศนาที่ฝ่ามือของตัวเองโดยไร้สาเหตุ และแพทย์แผนปัจจุบันก็ไม่อาจจะอธิบายอาการบาดเจ็บดังกล่าวว่าเกิดขึ้นมาจากอะไรกันแน่ เขาได้รับคำแนะนำให้เดินทางไปหาหมอผี แม้เขาจะได้รับคำตอบว่าตัวของยงฮูนั้นมีวิญญาณชั่วร้ายที่ตามติด และบุคคลที่น่าจะช่วยเหลือเขาได้ก็คือบาทหลวงอัน (อัน ซองกิ)

ระหว่างพิธีไล่ผีอันดุเดือดที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ยงฮูกลายเป็นฝ่ายที่เดินทางไปช่วยเหลือบาทหลวงอันจากการไล่ผี ส่วนบาทหลวงชเว (ชเว อูชิก) ที่เป็นผู้ช่วยมือหนึ่งของบาทหลวงอันก็รู้สึกถอดใจกับสิ่งที่ทำอยู่ เพราะเขาไม่อาจจะต้านทานความกดดันจากพิธีกรรมไล่ผีแต่ละครั้งได้ ทำให้ยงฮูกลายมาเป็นคนที่คอยให้ความช่วยเหลือและเรียนรู้พลังพิเศษของตัวเอง รวมไปถึงช่วยเหลือคนบริสุทธิ์ไปพร้อมๆกับบาทหลวง อย่างไรก็ตามทั้งสองพบว่าเหตุการณ์ประหลาดของคนที่ถูกผีสิงเหล่านี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับนักบวชมืด (อู โดฮวาน) ที่กำลังรับใช้ปีศาจร้ายและเพิ่มพลังให้กับตัวเองอยู่ด้วย

จะว่าไปแล้ว The Divine Fury เป็นหนังที่มีความน่าสนใจอยู่ในตัวเองสูง เมื่อแก่นเรื่องพูดเรื่องศรัทธาของชายคนหนึ่งที่สูญสิ้นไป โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าจริงๆตัวเองมีพลังพิเศษในการปราบปีศาจอยู่ เพียงแต่ว่าหนังเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดออกมาได้ทื่อๆ ไม่น่าติดตามเอาเสียเลย ทุกอย่างเป็นไปตามสูตรสำเร็จที่คนดูสามารถคาดเดาได้ ไม่ว่าจะเป็นแพทเทิร์นการค้นพบพลังพิเศษของตัวเอกเอง การปราบผีที่มีความเชื่อมโยงไปยังตัวร้ายของเรื่อง หรือฉากไคลแมกซ์ที่ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย ทั้งที่ระหว่างทางของเรื่อง หนังสามารถสับขาหลอกคนดูหรือกระทั่งสร้างปมทางจิตวิทยาเพื่อสะท้อนแง่มุมของตัวบาทหลวงอันหรือยงฮูได้มากกว่านี้ จนท้ายที่สุดแล้วตัวเอกของเรื่องก็เป็นแค่พระเอกมีพลังพิเศษที่ดูยังไงก็น่าจะชนะตัวร้ายได้อย่างไม่ยากเย็น (และคนดูแทบไม่จำเป็นต้องเอาใจช่วยใดๆ)

วิธีการเล่าเรื่องราวในหนังเรื่องนี้คล้ายกับหนังไล่ผีในช่วงปี 2000 อย่าง Constantine (แต่สนุกน้อยกว่า) ซึ่งการคลี่คลายปมปริศนา และการแกะรอยไปยังคนร้ายผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังนั้นไม่มีอะไรชวนตื่นเต้นเลยสักนิดเดียว ส่งผลให้หนังความยาวร่วมสองชั่วโมง ยิ่งให้ความรู้สึกยาวนานกว่าเดิมเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตามดูเหมือนหนังตั้งใจจะขยายจักรวาลของตัวเอง ด้วยการพาดท้ายเอนเครดิตว่า “บาทหลวงชเวจะกลับมาอีกครั้งใน The Green Exorcist” ก็บ่งบอกได้ว่า ถ้าหาก The Divine Fury ประสบความสำเร็จบนตารางบ๊อกซ์ออฟฟิศ ภาคต่อจะตามมาอย่างแน่นอน (แต่จะมีไหมก็คงต้องรอดูกันต่อไป)

RELATED POST

“สเปอร์ส” เตรียมลงโทษ 3 สตาร์ดังฝ่าฝืนคำสั่งสโมสรบินรับใช้ทีมชาติ

"ทอตแนม ฮอตสเปอร์" ยอดทีมแดนผู้ดี ตกเป็นข่าว เตรียมลงโทษ 3 สตาร์ดังที่ฝ่าฝืนคำสั่งสโมสรบินไปรับใช้ทีมชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การนำทีม นูโน เอสปิริโต ซานโต ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ตกเป็นข่าว เตรียมลงโทษ…

“ชิชาริโต” เผยวิธีปฏิบัติ “เฟอร์กูสัน” ต่อเขาและครอบครัวตอนย้ายซบ “แมนยูฯ”

"ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ" ดาวยิงชาวเม็กซิโก ออกมาเล่าย้อนความหลัง วิธีที่ "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" ตำนานกุนซือชาวสกอตแลนด์ ที่ปฏิบัติต่อเขาและครอบครัว ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือ "ชิชาริโต" กองหน้าชาวเม็กซิโกของ แอลเอ กาแลกซี ทีมดังในศึก เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์…

เซาธ์เกตไม่ค้านจัดบอลโลก 2 ปีหน

"เซาธ์เกต" ยืนยันว่าตนไม่คัดค้านแนวคิดจัดฟุตบอลโลกทุก 2 ปี แต่เชื่อยังต้องหารือกันอีกมาก แกเรธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ ไม่คัดค้านแนวคิดของ อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตกุนซืออาร์เซนอล ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานพัฒนาฟุตบอลของฟีฟ่า ที่ต้องการให้จัดฟุตบอลโลก 2 ปีครั้ง แต่เชื่อว่าต้องมีการศึกษารายละเอียด และพูดคุยหารืออีกหลายครั้งเพราะต้องปรับปฏิทินแข่งทั่วโลก “ผมได้พบกับอาร์แซน เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน…

ปธ.ยูฟ่ากังวลแผนฟีฟ่าจัดบอลโลกทุก 2 ปี

อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แสดงความกังวลอย่างยิ่งกับแผนการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่จะให้ฟุตบอลโลกจัดการแข่งขันกันทุก 2 ปี จากเดิมที่จะฟาดแข้งกันทุก 4 ปี พร้อมทั้งแสดงความประหลาดใจอย่างยิ่งที่องค์กรลูกหนังโลก ไม่เคยนำเรื่องสำคัญอย่างนี้มาปรึกษาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย ก่อนที่จะเดินหน้าผลักดันแผนการดังกล่าวอีกด้วย ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า ฟีฟ่า เริ่มผลักดันแผนที่จะให้ฟุตบอลโลกทั้งชายและหญิง ขยับมาเตะกันทุก…