บิทคอยน์ (Bitcoin) เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

บิทคอยน์ (Bitcoin) เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ? บิทคอยน์เกิดจากแนวคิดที่ว่ามีคนต้องการระบบเงินใหม่ที่ไม่ถูกตรวจสอบขึ้นมา จากเดิมที่มีระบบธนาคารกลางเป็นผู้ดูแล และมีหน้าที่กำหนดมาตรฐาน รวมถึงมูลค่าของเงิน ทำให้ธุรกรรมทางการเงินทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของธนาคารกลางนั้นเอง แต่กระบวนการเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยถูกใจบรรดาธุรกิจใต้ดิน เพราะต้องระบุตัวตน เวลาโอนเงินก็ต้องผ่านตัวกลาง ทำให้ถูกตรวจสอบได้ง่าย

ดังนั้น จึงมีหลาย ๆ คนพยามจะสร้างสกุลเงินใหม่ที่ไม่ผ่านระบบธนาคารกลาง และเป็นที่ยอมรับใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีโปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโต้ ได้สร้างระบบที่เรียกว่า “Blockchain” ออกมา ซึ่งเป็นระบบเพื่อป้องกันการเกิดภาวะเงินเฟ้อและเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดิจิทัล จากการปั๊มเงินออกมาเรื่อย ๆ ได้ตามใจชอบ โดยนำระบบการทำงานของอัลกอริทึมมาใช้ แล้วกำหนดปริมาณเงินในระบบไว้ไม่ให้เกิน 21 ล้านหน่วย ทำให้บิทคอยน์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากมีระบบป้องกันเงินเฟ้อนั่นเอง

บิทคอยน์ (Bitcoin) ผิดกฎหมายไหม เป็นที่ยอมรับหรือยัง ?

ด้วยความนิยมที่สูงขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย ทำให้เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ได้ออกมาให้ความชัดเจนแล้วว่า สามารถซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยต้องผ่าน 7 สกุลเงินดิจิทัลที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งบิทคอยน์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคาร สถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ต้องการระดมทุนและให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ จะต้องยื่นขออนุญาตจากทาง ก.ล.ต. ก่อน ซึ่งก็มีหลายบริษัทให้ความสนใจ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีรายใดที่ได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต. ทำให้ยังไม่สามารถเปิดซื้อ-ขายแบบถูกกฎหมายได้ จะมีก็แต่การเข้าไปศึกษาเพื่อนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการเงินเท่านั้น เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ร่วมกับบริษัทในประเทศญี่ปุ่น นำเทคโนโลยี Blockchain มาให้บริการโอนเงินข้ามประเทศสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

บิทคอยน์ (Bitcoin) โอกาสหรือความเสี่ยง ?

สำหรับการใช้บิทคอยน์ หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการนำมาซึ่งความสะดวกในหลายด้าน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องพกเงินสด อยากโอนให้ใครบนโลกนี้ก็ทำได้ง่าย ๆ ไม่ต่างจากการส่งอีเมล และนับวันสกุลเงินดิจิทัลก็ค่อย ๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น

แต่ความเสี่ยงของเงินสกุลนี้ก็ยังมีอยู่มากเช่นกัน ได้แก่ ค่าเงินที่มีความผันผวนสูง เป็นช่องทางการฟอกเงินอีกหนึ่งรูปแบบ รวมทั้งยังเป็นช่องทางให้เกิดการโจรกรรมทางอินเทอร์เน็ต เพราะไม่มีการระบุข้อมูลของผู้ใช้ การจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษจึงทำได้ยากนั่นเอง ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จากการที่บิทคอยน์ไม่มีตัวตนจริง จึงมีโอกาสสูญหายได้หากถูกโจมตีจากไวรัสที่ต้องการเข้ามาป่วนระบบ รวมถึงการที่ธนาคารกลางของประเทศหลายประเทศยังไม่สามารถควบคุมปริมาณเงินในระบบให้มีเสถียรภาพได้ด้วย

ต้องบอกว่าปัจจุบันบิทคอยน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากชีวิตประจำวันของทุกคนต้องข้องเกี่ยวกับระบบอินเทอร์เน็ตแน่นอน และบิทคอยน์คงจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ กับระบบการเงินของโลกในอนาคต ซึ่งการเรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่องนี้เอาไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะใครจะไปรู้อนาคตข้างหน้า “บิทคอยน์” อาจกลายเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายก็ได้

RELATED POST

Stephanie Ruhle ของ MSNBC ขอบคุณที่ปรึกษา Biden สำหรับ ‘การสนับสนุน’ และ ‘ความช่วยเหลือ’

ผู้ประกาศข่าวของ MSNBC Stephanie Ruhleกำลังถูกโจมตีในฐานะ "แฮ็กพรรคประชาธิปัตย์" หลังจากการสัมภาษณ์ซอฟต์บอลกับหนึ่งในที่ปรึกษาของประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกตั้งJoe Bidenซึ่งขอบคุณที่เธอผลักดันวาระการประชุมของเขา จาเร็ดเบิร์นสไตน์ผู้ซึ่ง Biden ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจกล่าวขอบคุณ Ruhle สำหรับ "การสนับสนุน" และ "ความช่วยเหลือ" ของเธอในเช้าวันศุกร์เมื่อพูดคุยเกี่ยวกับข้อเสนอแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดและหนุนเศรษฐกิจที่ตกต่ำ . KATIE…

เกาหลีเหนือขู่ว่าจะสร้างนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นโดยอ้างถึงความเป็นปรปักษ์ของสหรัฐฯ

เกาหลีเหนือผู้นำคิมจองอูขู่ว่าจะขยายคลังแสงนิวเคลียร์ของเขาและพัฒนาระบบอาวุธที่มีความซับซ้อนมากขึ้นบอกว่าชะตากรรมของความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาขึ้นอยู่กับว่ามันทิ้งนโยบายที่ไม่เป็นมิตรของสื่อของรัฐรายงานเสาร์ ความคิดเห็นของคิมทำในสัปดาห์นี้ในระหว่างการประชุมที่สำคัญของพรรคที่ถูกมองว่าเป็นใช้แรงดันในการบริหารที่เข้ามาของประธานาธิบดีโจไบเดนที่ได้เรียกว่าคิม "อันธพาล" และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์การประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีของเขาโดนัลด์ทรัมป์ สำนักข่าวกลางเกาหลีอ้างคำพูดของคิมว่า "กุญแจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่าง (เกาหลีเหนือ) และสหรัฐอเมริกาคือการที่สหรัฐฯถอนนโยบายที่เป็นศัตรูกันหรือไม่" คิมจองสหประชาชาติให้คำมั่นที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ของเกาหลีเหนือกับภายนอกโลกในฐานะผู้มีปัญหาทางเศรษฐกิจ คิมกล่าวว่าเขาจะไม่ใช้คลังแสงนิวเคลียร์ของเขาเว้นแต่ "กองกำลังศัตรู" ตั้งใจที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือก่อน แต่เขาเน้นว่าเกาหลีเหนือต้องเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารและนิวเคลียร์ต่อไปเนื่องจากอันตรายจากการรุกรานของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น คิมไม่ได้อ้างถึงการกระทำใด ๆ ของสหรัฐฯโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือได้เรียกการฝึกซ้อมทางทหารของสหรัฐฯกับเกาหลีใต้การบินโดยเครื่องบินตรวจการณ์ของสหรัฐฯและการปรากฏตัวของกองทัพอเมริกันในเกาหลีใต้เพื่อพิสูจน์ความเป็นศัตรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายเหนือมองว่าการซ้อมรบของสหรัฐฯ - เกาหลีใต้เป็นการซ้อมการรุกรานแม้ว่าพันธมิตรจะปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

ทนายทรัมป์ตำหนิ Raffensperger รัฐมนตรีต่างประเทศของจอร์เจียในข้อหา ‘แอบ’ บันทึกการโทร ‘เป็นความลับ’

ทนายความของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมากล่าวว่าประธานาธิบดีและทีมกฎหมายของเขา "ผิดหวัง" ที่นายแบรดแรฟเฟนสเพอร์เกอร์รัฐมนตรีต่างประเทศจอร์เจีย "แอบบันทึกและเปิดเผย" สิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น "การอภิปรายการระงับความลับ" เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งในจอร์เจีย ความเห็นของทนายเกิดขึ้นหลังจากเสียงของทรัมป์คุยโทรศัพท์กับ Raffensperger ในวันเสาร์ที่ได้รับจาก The Washington Post และได้รับการตีพิมพ์เต็มรูปแบบซึ่งประธานาธิบดีได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีต่างประเทศ "หา" คะแนนเสียงมากพอที่จะกลับผลการเลือกตั้งของรัฐ "เรารู้สึกผิดหวังที่เลขาธิการแห่งรัฐและเจ้าหน้าที่ของเขาแอบบันทึกและเปิดเผยการหารือเกี่ยวกับข้อยุติที่เป็นความลับเพื่อยุติการฟ้องร้องทั้งสองคดี" เคิร์ตฮิลเบิร์ตทนายความของทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ "แม้ว่าพวกเขาอาจคิดว่าพฤติกรรมนั้นเหมาะสม แต่เราก็ไม่"…

ความคืบหน้ากดดัน AOC และ Dems อื่น ๆ ให้บังคับใช้มือของ Pelosi ในการลงคะแนน Medicare-for-All

การเคลื่อนไหวที่ก้าวหน้าครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นในแวดวงประชาธิปไตยที่นำโดยจิมมี่ดอร์นักแสดงตลกทางการเมืองกำลังผลักดันให้พรรคเดโมแครตจัดตำแหน่งและบังคับให้ประธานสภาแนนซีเปโลซีลงคะแนนใน Medicare for All< ความคิดริเริ่มที่เรียกว่า #ForceTheVote กำลังเรียกร้องให้ "ทีม" พร้อมกับกลุ่มก้าวหน้าที่ได้รับการเลือกตั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้เช่นตัวแทนจามาลโบว์แมนแห่งนิวยอร์กและโครีบุชจากมิสซูรีเพื่อผลักดันเปโลซีอีกครั้งโดยเรียกร้องให้เธออนุญาตให้มีการลงคะแนนในซิงเกิล ระบบการดูแลสุขภาพของผู้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการเลือกตั้งใหม่เป็นวิทยากร "เราใส่ทีมบ้านและก้าวล้ำในสำนักงานจะยืนขึ้นเพื่อ Nancy Pelosi จัดตั้งพรรคประชาธิปัตย์และ บริษัท ประกันที่กองทุนพวกเขา" ประกาศเคลื่อนไหวในส่วนคำสั่ง "นี่เป็นช่วงเวลาที่หายากที่…